นโยบายความเป็นส่วนตัวและข้อกำหนดการใช้งาน
มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2569
นโยบายความเป็นส่วนตัวของ บริษัท แอมพ์ทรอนอินสทรูเม็นทส์(ประเทศไทย) ให้ความสำคัญกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้งานตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (PDPA) โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
1. การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล
แอปพลิเคชัน Ampartment ("แอปฯ") จะทำการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ดังนี้:
-
-
-
-
- ข้อมูลส่วนตัว: ชื่อ-นามสกุล, เลขประจำตัวประชาชน, วันเกิด, เพศ
-
-
-
- ข้อมูลติดต่อ: เบอร์โทรศัพท์, อีเมล, Line ID
- ข้อมูลชีวมาตร: ภาพถ่ายใบหน้า, ภาพถ่ายบัตรประชาชน
- ข้อมูลการใช้งาน: ประวัติการเข้าพัก, ประวัติการชำระเงิน, การแจ้งซ่อม
ตามหลักปฏิบัติงานโดยทั่วไปของแอปพลิเคชัน Ampartment แอปฯ ไม่มีนโยบายในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลที่อ่อนไหว ของผู้ใช้งาน เช่น ข้อมูลเกี่ยวกับเชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ความคิดเห็นทางการเมือง ความเชื่อในลัทธิ ศาสนา หรืออปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ ข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม และข้อมูลชีวภาพ ตามความหมายของกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
ทั้งนี้การเก็บข้อมูลเกี่ยวกับ เพศ ของผู้ใช้งาน มีวัตถุประสงค์เพื่อการจัดเก็บข้อมูลพื้นฐานเท่านั้น และ ไม่มุ่งหมายถึงข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมทางเพศ แต่อย่างใด ในกรณีที่ผู้ใช้งานมีความจำเป็นต้องส่งเอกสารหรือข้อมูลที่อาจปรากฏข้อมูลส่วนบุคคลที่อ่อนไหว ซึ่ง ไม่จำเป็นต่อวัตถุประสงค์ของการให้บริการ ผู้ใช้งานตกลงที่จะปิดบังหรือลบข้อมูลส่วนบุคคลที่อ่อนไหวดังกล่าวออกก่อนส่งข้อมูลให้แก่แอปฯ ตัวอย่างเช่น หากมีความจำเป็นต้องส่งสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน ผู้ใช้งานควรปิดบังข้อมูลที่ไม่เกี่ยวข้องหรือข้อมูลอ่อนไหว เช่น ศาสนา กรุ๊ปเลือด หรือข้อมูลอื่นที่ไม่จำเป็น ตามความเหมาะสม
ในกรณีที่แอปฯ มีความจำเป็นต้องเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลที่อ่อนไหว แอปฯ จะดำเนินการ ขอความยินยอมอย่างชัดแจ้งจากผู้ใช้งานล่วงหน้า และ/หรือปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัดเท่านั้น
โปรดทราบผู้ใช้งานรับรองว่าข้อมูลที่ให้เป็นข้อมูลที่ถูกต้อง และหากให้ข้อมูลของบุคคลอื่น จะต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลเรียบร้อยแล้ว
2. วัตถุประสงค์ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
เราเก็บรวบรวม ใช้ และประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามความจำเป็น เพื่อวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้
-
เพื่อใช้ในการจัดทำสัญญาเช่า การบริหารจัดการสัญญา และการบันทึกข้อมูลผู้เข้าพักภายในหอพัก รวมถึงการตรวจสอบสถานะการเข้าพักและข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
-
เพื่อการยืนยันตัวตนของผู้ใช้งาน การป้องกันการแอบอ้าง การทุจริต หรือการใช้งานระบบโดยไม่ได้รับอนุญาต และเพื่อรักษาความปลอดภัยของข้อมูลและระบบของเรา
-
เพื่อการติดต่อสื่อสารกับผู้ใช้งาน เช่น การแจ้งข้อมูลสำคัญ การแจ้งหนี้ ค่าเช่า ค่าสาธารณูปโภค การติดตามการชำระเงิน รวมถึงการประสานงานเกี่ยวกับการแจ้งซ่อม การร้องเรียน หรือการให้บริการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเข้าพัก
-
เพื่อการรักษาความปลอดภัยภายในหอพัก เช่น การควบคุมการเข้าออก การตรวจสอบเหตุการณ์ผิดปกติ และการป้องกันอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของผู้เข้าพักและบุคคลที่เกี่ยวข้อง
-
เพื่อการวิเคราะห์ ปรับปรุง และพัฒนาคุณภาพการให้บริการ ระบบ และประสบการณ์การใช้งานของผู้เข้าพักและผู้ใช้งาน ให้มีประสิทธิภาพและตอบสนองต่อความต้องการได้ดียิ่งขึ้น
-
เพื่อการปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ คำสั่งของหน่วยงานรัฐ หรือการดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
การให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอาจมีความจำเป็นต่อการปฏิบัติตามกฎหมาย การปฏิบัติตามสัญญา หรือการดำเนินการเพื่อเข้าทำสัญญากับเรา ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับลักษณะของบริการที่ท่านใช้ ตัวอย่างเช่น การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลบางประเภทอาจจำเป็นเพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายหรือข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบและยืนยันตัวตนของผู้ใช้บริการ ในกรณีที่ท่านไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคลที่จำเป็นแก่เรา เราอาจไม่สามารถอำนวยความสะดวก ติดต่อสื่อสาร หรือให้บริการบางส่วนหรือทั้งหมดแก่ท่านได้
3. ฐานทางกฎหมายในการประมวลผลข้อมูล
เราเก็บรวบรวม ใช้ และประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านภายใต้ฐานทางกฎหมายที่เหมาะสมและสอดคล้องกับกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้อง โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
(1) ความยินยอม (Consent)
ในกรณีที่กฎหมายกำหนดให้ต้องได้รับความยินยอม เราจะดำเนินการเก็บรวบรวมและใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านต่อเมื่อท่านได้ให้ความยินยอมอย่างชัดแจ้ง เช่น การสมัครใช้งานแอปพลิเคชัน การยินยอมรับข่าวสาร หรือการยินยอมให้ประมวลผลข้อมูลบางประเภท ทั้งนี้ ท่านมีสิทธิถอนความยินยอมได้ตลอดเวลา ตามวิธีการที่เรากำหนด โดยการถอนความยินยอมจะไม่กระทบต่อการประมวลผลข้อมูลที่ได้ดำเนินการไปแล้วก่อนหน้านั้น
(2) การปฏิบัติตามสัญญา (Contractual Necessity)
เราประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในกรณีที่จำเป็นต่อการเข้าทำสัญญา หรือการปฏิบัติตามสัญญาที่ท่านเป็นคู่สัญญา เช่น สัญญาเช่าที่พักอาศัย การจัดการข้อมูลผู้เข้าพัก การเรียกเก็บค่าใช้จ่าย และการให้บริการที่เกี่ยวข้องกับการอยู่อาศัย
(3) ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย (Legitimate Interests)
เราประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของเรา หรือของบุคคลอื่น โดยไม่กระทบต่อสิทธิและเสรีภาพขั้นพื้นฐานของท่าน เช่น การรักษาความปลอดภัยภายในหอพัก การบริหารจัดการระบบ การป้องกันการทุจริต การปรับปรุงคุณภาพการให้บริการ และการจัดการข้อร้องเรียน
(4) การปฏิบัติตามกฎหมาย (Legal Obligation)
ในบางกรณี เราอาจมีความจำเป็นต้องประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย ข้อบังคับ คำสั่งของหน่วยงานรัฐ หรือกระบวนการทางกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
4. การเปิดเผยและการโอนข้อมูลส่วนบุคคล
เราอาจเปิดเผยหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเท่าที่จำเป็น ภายใต้ขอบเขตและวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ในนโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ โดยจะดำเนินการด้วยความระมัดระวัง และใช้มาตรการที่เหมาะสมในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ทั้งนี้ การเปิดเผยหรือโอนข้อมูลอาจเกิดขึ้นกับบุคคลหรือหน่วยงานดังต่อไปนี้
(1) เจ้าของหอพัก และ/หรือ ผู้ดูแลระบบ
เพื่อวัตถุประสงค์ในการบริหารจัดการที่พักอาศัย การจัดการข้อมูลผู้เข้าพัก การติดต่อประสานงาน การแจ้งซ่อม การเรียกเก็บค่าใช้จ่าย และการรักษาความปลอดภัยภายในหอพัก ทั้งนี้ ผู้ที่ได้รับข้อมูลจะถูกจำกัดการเข้าถึงข้อมูลเฉพาะเท่าที่จำเป็นต่อหน้าที่ของตน
(2) ผู้ให้บริการภายนอก (Third-party Service Providers)
เราอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่ผู้ให้บริการภายนอกที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการของเรา เช่น
-
ผู้ให้บริการระบบคลาวด์และฐานข้อมูล
-
ผู้ให้บริการระบบชำระเงิน
-
ผู้ให้บริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการบำรุงรักษาระบบ
ทั้งนี้ ผู้ให้บริการดังกล่าวจะประมวลผลข้อมูลตามคำสั่งของเราเท่านั้น และต้องมีมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามที่กฎหมายกำหนด
(3) หน่วยงานราชการหรือหน่วยงานที่มีอำนาจตามกฎหมาย
เราอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่หน่วยงานราชการ หน่วยงานกำกับดูแล หรือหน่วยงานที่มีอำนาจตามกฎหมาย เมื่อมีคำสั่งศาล หมายเรียก หรือเมื่อกฎหมายกำหนดให้ต้องเปิดเผยข้อมูลดังกล่าว
(4) บุคคลที่สามอื่น ๆ
เราจะเปิดเผยหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่บุคคลที่สามอื่น ๆ เฉพาะในกรณีที่ได้รับความยินยอมจากท่านโดยชัดแจ้ง หรือในกรณีที่กฎหมายอนุญาตให้สามารถดำเนินการได้
โดยการยอมรับนโยบายฉบับนี้ ท่านรับทราบ เข้าใจ และยินยอมให้เราเปิดเผยหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่บุคคลหรือหน่วยงานตามที่ระบุไว้ข้างต้น เพื่อวัตถุประสงค์ในการให้บริการและเป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
5. การโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ
ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอาจถูกจัดเก็บ ประมวลผล หรือโอนไปยังเซิร์ฟเวอร์หรือระบบสารสนเทศที่ตั้งอยู่ในต่างประเทศ ซึ่งอาจเป็นประเทศที่มีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่แตกต่างจากประเทศไทย ทั้งนี้ เราจะดำเนินการให้การโอนข้อมูลดังกล่าวเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนดไว้ เราให้ความสำคัญกับความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน และจะดำเนินมาตรการที่เหมาะสมเพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลของท่านจะได้รับการคุ้มครองในระดับที่เพียงพอ เช่น การใช้มาตรการด้านเทคนิคและการบริหารจัดการ การควบคุมการเข้าถึงข้อมูล และการเข้ารหัสข้อมูล เพื่อป้องกันการเข้าถึง การใช้ การเปิดเผย หรือการเปลี่ยนแปลงข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต ในการโอนข้อมูลไปยังต่างประเทศ เราจะพิจารณาให้เป็นไปตามฐานทางกฎหมายที่เหมาะสม เช่น ความยินยอมของท่าน ความจำเป็นในการปฏิบัติตามสัญญา หรือเพื่อปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ท่านรับทราบและยินยอมให้มีการโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังต่างประเทศภายใต้วัตถุประสงค์และเงื่อนไขตามที่ระบุไว้ในนโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้
6. ระยะเวลาในการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล
เราจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้ตามระยะเวลาที่จำเป็นเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ในการให้บริการ การปฏิบัติตามสัญญา และการปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยมีรายละเอียดดังนี้
-
ตลอดระยะเวลาที่ท่านยังคงเป็นผู้เช่าหรือผู้ใช้งานแอปพลิเคชัน
เราจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อใช้ในการบริหารจัดการสัญญาเช่า การติดต่อสื่อสาร การให้บริการ การแจ้งเตือน การบำรุงรักษา และการดูแลความปลอดภัยภายในที่พักอาศัย -
ภายหลังสิ้นสุดสัญญาเช่าหรือการให้บริการ
เราอาจจำเป็นต้องเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านต่อไปเป็นระยะเวลา ไม่เกิน 10 ปี เพื่อวัตถุประสงค์ในการปฏิบัติตามกฎหมาย การเรียกร้องสิทธิ การป้องกันหรือระงับข้อพิพาท และการตรวจสอบย้อนหลัง ตามที่กฎหมายแพ่งและพาณิชย์หรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกำหนด -
เมื่อพ้นระยะเวลาการเก็บรักษาที่จำเป็น
เราจะดำเนินการลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไม่สามารถระบุตัวตนได้ โดยใช้วิธีการที่เหมาะสมและปลอดภัย เพื่อป้องกันการนำข้อมูลไปใช้โดยมิชอบ -
กรณีที่ท่านขอยกเลิกบัญชีผู้ใช้งาน
เราจะดำเนินการลบหรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไม่สามารถระบุตัวตนได้ภายในระยะเวลา ไม่เกิน 30 วัน นับจากวันที่ได้รับคำขอ เว้นแต่กรณีที่มีกฎหมายกำหนดให้ต้องเก็บรักษาข้อมูลดังกล่าวไว้ต่อไป
ทั้งนี้ การเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลจะดำเนินการโดยคำนึงถึงหลักความจำเป็น ความเหมาะสม และความปลอดภัยของข้อมูลเป็นสำคัญ
7. มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล
เราให้ความสำคัญกับความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นอย่างยิ่ง และได้จัดให้มีมาตรการทางเทคนิคและมาตรการทางการบริหารจัดการที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการเข้าถึง การใช้ การเปิดเผย การแก้ไข การสูญหาย หรือการทำลายข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยมีมาตรการดังต่อไปนี้
-
การเข้ารหัสข้อมูล (Encryption)
ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจะถูกเข้ารหัสทั้งในระหว่างการส่งผ่านเครือข่ายและในระหว่างการจัดเก็บ เพื่อป้องกันการดักจับหรือการเข้าถึงข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต -
การควบคุมการเข้าถึงข้อมูล (Access Control)
เราจำกัดสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลเฉพาะบุคลากรหรือผู้ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องเท่านั้น โดยใช้ระบบยืนยันตัวตนและการกำหนดระดับสิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูลอย่างเหมาะสม -
การสำรองข้อมูล (Data Backup)
มีการสำรองข้อมูลอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันความเสียหายหรือการสูญหายของข้อมูลอันเนื่องมาจากเหตุขัดข้องทางเทคนิคหรือเหตุสุดวิสัย -
การตรวจสอบและประเมินความเสี่ยง
เรามีการตรวจสอบระบบ ความปลอดภัย และประเมินความเสี่ยงด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเป็นระยะ รวมถึงปรับปรุงมาตรการรักษาความปลอดภัยให้สอดคล้องกับมาตรฐานและข้อกำหนดทางกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
อย่างไรก็ตาม แม้เราจะใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล แต่ไม่สามารถรับประกันได้ว่าการส่งข้อมูลผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์หรืออินเทอร์เน็ตจะมีความปลอดภัยสมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์
8. สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
ในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (PDPA) ในการควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
-
สิทธิในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล
ท่านมีสิทธิขอเข้าถึงและขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน รวมถึงขอทราบแหล่งที่มาของข้อมูลส่วนบุคคลที่เราเก็บรวบรวมไว้ เว้นแต่กรณีที่กฎหมายกำหนดให้ปฏิเสธคำขอได้ -
สิทธิในการขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคล
ท่านมีสิทธิขอให้แก้ไข เปลี่ยนแปลง หรือปรับปรุงข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้ถูกต้อง เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด -
สิทธิในการขอลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคล
ท่านมีสิทธิขอให้ลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลไม่สามารถระบุตัวตนได้ ในกรณีที่ข้อมูลดังกล่าวไม่จำเป็นต่อวัตถุประสงค์ในการประมวลผล หรือเมื่อการประมวลผลนั้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย ทั้งนี้เป็นไปตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด -
สิทธิในการขอระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล
ท่านมีสิทธิขอให้ระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นการชั่วคราว ในกรณีที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบคำขอแก้ไขข้อมูล หรือกรณีอื่นตามที่กฎหมายกำหนด -
สิทธิในการขอรับและโอนข้อมูลส่วนบุคคล
ท่านมีสิทธิขอรับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในรูปแบบที่สามารถอ่านหรือใช้งานได้ด้วยเครื่องจักร และสามารถขอให้ส่งหรือโอนข้อมูลดังกล่าวไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลรายอื่นได้ตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด -
สิทธิในการคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
ท่านมีสิทธิคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในบางกรณี เช่น การประมวลผลเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย หรือเพื่อการตลาดโดยตรง -
สิทธิในการถอนความยินยอม
ในกรณีที่เราอาศัยความยินยอมของท่านเป็นฐานทางกฎหมาย ท่านมีสิทธิถอนความยินยอมได้ทุกเมื่อ โดยการถอนความยินยอมดังกล่าวจะไม่ส่งผลกระทบต่อการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้ดำเนินการไปแล้วก่อนการถอนความยินยอม
ทั้งนี้ การใช้สิทธิของท่านจะต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด และอาจมีข้อยกเว้นบางประการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
9. การใช้คุกกี้และเทคโนโลยีติดตาม
แอปพลิเคชัน Ampartment อาจใช้คุกกี้ เทคโนโลยีติดตาม หรือเทคโนโลยีที่มีลักษณะใกล้เคียงกัน เพื่อวัตถุประสงค์ในการปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานของแอปพลิเคชัน และเพื่อยกระดับประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้ โดยมีวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้
-
เพื่อจดจำการตั้งค่าและความชอบของท่าน เช่น ภาษา หรือการตั้งค่าการใช้งานต่าง ๆ
-
เพื่อวิเคราะห์รูปแบบและพฤติกรรมการใช้งาน เพื่อนำไปพัฒนา ปรับปรุง และแก้ไขข้อบกพร่องของระบบ
-
เพื่อการสื่อสาร การแจ้งข้อมูลข่าวสาร และการให้บริการที่เกี่ยวข้องกับการใช้งานแอปพลิเคชัน
-
เพื่อการแจ้งเตือนแบบพุช (Push Notification) หรือการแจ้งเตือนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับบริการ เช่น การแจ้งเตือนการชำระเงิน การแจ้งซ่อม หรือประกาศสำคัญจากผู้ดูแลระบบ
ทั้งนี้ เราอาจส่งการแจ้งเตือนแบบพุช หรือการแจ้งเตือนไปยังอุปกรณ์ของท่านตามความจำเป็นในการให้บริการ โดยท่านสามารถเลือกปิดหรือจัดการการรับการแจ้งเตือนดังกล่าวได้ตลอดเวลา ผ่านการตั้งค่าการแจ้งเตือนบนอุปกรณ์ของท่าน หรือโดยการเปลี่ยนแปลงการตั้งค่าภายในแอปพลิเคชันหรือเบราว์เซอร์ที่ท่านใช้งาน การปิดการแจ้งเตือนอาจส่งผลให้ท่านไม่ได้รับข้อมูลหรือการแจ้งเตือนที่สำคัญบางประการเกี่ยวกับการให้บริการ
การเปลี่ยนแปลงนโยบายความเป็นส่วนตัว
เราอาจมีการปรับปรุง แก้ไข หรือเปลี่ยนแปลงนโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้เป็นครั้งคราว เพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของกฎหมาย แนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง หรือการพัฒนาการให้บริการของแอปพลิเคชัน โดยการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ทันทีเมื่อมีการประกาศนโยบายฉบับปรับปรุง
ทั้งนี้ ท่านควรตรวจสอบนโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับล่าสุดอย่างสม่ำเสมอ เพื่อรับทราบข้อมูลและสิทธิของท่านที่อาจมีการเปลี่ยนแปลง การที่ท่านยังคงใช้งานแอปพลิเคชันภายหลังจากมีการปรับปรุงนโยบาย ถือว่าท่านรับทราบและยอมรับนโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับที่แก้ไขแล้ว
ติดต่อเรา
หากท่านมีข้อสงสัย ข้อร้องเรียน หรือต้องการใช้สิทธิที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามนโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ ท่านสามารถติดต่อ
เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของเราได้ตามช่องทางดังต่อไปนี้:
📧 อีเมล: support06@amptron.co.th
📞 โทรศัพท์: 086-341-2503